ผีม้าบ้อง จากประสบการณ์ของแม่และเพื่อนฝูง โดย การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป

aorest ร้าน พวงหรีด จะมาเล่าของคนเหนือ ตำนาน “ผีม้าบ้อง” มีด้วยกันหลายสำนวน เรื่องที่สุดฮิตก็คือ มีชาย 2 คนเป็นเพื่อนรักกัน สนิทสนมปรองดอง กระทั่งนับถือกันเป็น “เสี่ยว” ซึ่งโดยทั่วไป คำว่า “เสี่ยว” นี้ สื่อความหมายสองอย่าง

1) เรียกด้วยเหตุว่าเกิดปีนักษัตรเดียวกัน ตัวอย่างเช่น ปีไก่ ปีสุนัข หรือถ้าเกิดตรงวันตรงเดือน จะยิ่งเหนียวแน่นเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุว่าจัดว่าเกิดขึ้นมาร่วมบุญร่วมโลกชาติ

2) สนิทสนมรักกันกระทั่งเสมือนเครือญาติ ถึงแม้เกิดห่างวันเดือนปี ก็นับเป็นเสี่ยวกันได้

ในยุคสมัยก่อนนู้น เมื่อบ้านเมืองคนเหนือส่วนใหญ่ยังตั้งอยู่ในแวดล้อมป่าดง ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ทางด้านเหนือนั้นมีจารีต “เกี้ยวสาว-อู้สาว” ซึ่งเป็นการสานสมาคมไมตรีระหว่างชายหญิง เกิดเรื่องสามัญในจารีต

เมื่อบ้านใดมีลูกสาว โตมาเป็นสาววัยแรกรุ่น ก็จะมีหนุ่มๆมาเกี้ยว (ท่องเที่ยว) หา

ในการเกี้ยวนั้น มีกติกาที่รับทราบกันโดยทั่วไปว่า หนุ่มแต่ละคนจะขึ้นเกี้ยวบ้านใดก็ได้ บางคืนบางครั้งก็อาจจะไปสองสามบ้าน หากพึงพอใจก็ไปติดๆกันภายหลัง หรือหากไม่ชอบใจ ก็ไม่ขึ้นเกี้ยวเรือนนั้นอีก

ส่วนฝ่ายหญิง ตกยามค่ำแลง ก็จะอาบน้ำทาแป้งแต่งตัว ออกมานั่งคอยที่ห้องโถง (ทางด้านเหนือเรียก “เติ๋น”) ข้างบิดามารดาที่ทราบประเพณีก็จะรีบเข้าห้องนอนเสีย ลงเรือนไปบ้านวงศาคณาญาติก่อน เปิดโอกาสให้วัยรุ่นได้คุยกันเป็นการส่วนตัว

บิดามารดาผู้ใดกันที่จามๆไอๆอยู่ข้างในห้องนอน ไหมยอมลุกออกมาจากห้องนอก ก็จะถูกครั้งนินทาว่า เป็นบิดามารดาขี้หวงขี้ขาง ใจแคบ ส่งผลต่อการพิจารณาว่าจะเข้าไปเขยกันไหม

แม้กระนั้นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการเกี้ยวอู้ของบ่าวสาว คือการมีระยะห่างที่เหมาะสม การให้เกียรติ ไม่ชุบมือเปิบ ห้ามปากว่ามือถึง ต้องไม่มีการล่วงเกิน ใช้ความรุนแรงทางเพศ

ตามประเพณีเดิมนั้น เมื่อหนุ่มขึ้นบ้านสาว ก็จำเป็นจะต้องนั่งห่างๆก่อน บ้างจึงจะนั่งใกล้หัวบันไดบ้าง นั่งขอบเติ๋นบ้าง ดูท่าทีว่า เจ้าของบ้านเองเต็มใจต้อนรับตนไหม

หากสาวใดพึงพอใจคนมาเยือน ก็จะต้อนรับขับสู้ ชวนดื่มน้ำรับประทานบุหรี่ แม้กระนั้นถ้าเกิดไม่ถูกใจ ก็มักถามคำตอบคำ รวมทั้งกล่าวถึงว่าต้องไปนอนแล้ว เพียงพอหนุ่มลงเรือนก็ดับไฟกะทันหัน เป็นสัญญาณที่บอกว่า ไม่ต้องมาอีกแล้ว

ในแต่ละคืน สาวบางบ้านจึงได้ต้อนรับหนุ่มๆมากมาย ส่วนหนุ่มบางคน ได้ยินว่าบ้านไหนมีคนงามก็ไปตามแสวงหา บางคืนก็ไปหลายบ้าน บางครั้งบางคราวไปถึงต่างหมู่บ้านก็มี เรียกว่า ออนทัวร์กันเป็นที่บันเทิงใจ

จะว่าไป ก็เป็นการเลือกคู่ที่เท่าเทียมกันดีทั้งสองฝ่าย ด้วยเหตุว่าเมื่อยังอยู่ระหว่างเกี้ยวอู้หากัน ไม่ได้ตกลงเป็นแฟนกัน ก็จะหึงหวงกันไม่ได้

แม้กระนั้นเมื่อไหร่ที่ตกลงแล้วว่าจะเป็นแฟนกันแล้ว เพศชายก็ต้องหยุดการไปเกี้ยวหาสาวอื่น ส่วนสตรีก็จะไม่รับชายอื่นขึ้นเรือนแล้วด้วยเหมือนกัน ภายหลัง การหมั้นหมายตระเตรียมสมรสก็จะตามมา

กลับมาที่เรื่องผีม้าบ้องในตำนาน ที่ชี้แจงเรื่องการเกี้ยวอู้ของบ่าวสาว ด้วยเหตุว่าในยุคสมัยนี้ จารีตพวกนี้เกือบจะหายสาบสูญไปหมดแล้ว ชีวิตในปัจจุบันไม่ใช่ง่ายที่คนที่ไม่รู้จักจะเข้าบ้านใคร รวมทั้งการรอต้อนรับเพศชายเพียงผู้เดียวในบ้าน ก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม

แม้กระนั้นในยุคสมัยนู้น ทดลองย้อนกลับไปถึงภาพช่วงเวลาค่ำคืนมืดดำ มีหนุ่มๆที่อกดวงใจไหวเต้น ด้วยเหตุว่ามีสาวงามคนนั้นคนนี้อยู่ในจินตนาการ การได้ออกมาจากบ้านไปเกี้ยวสาวย่อมคือความสุขหาใดเสมือน

รวมทั้งในรูปภาพจำเหล่านั้น เรื่องเล่าผีม้าบ้องก็เริ่มจากตรงนี้

กล่าวขานสืบต่อกันมาว่า เคยมีหนุ่ม 2 คน สมมุติว่าชื่ออ้ายแก้ว กับอ้ายคำ เป็นเพื่อนกัน เวลาไปเกี้ยวสาวที่ไหนก็ไปร่วมกัน จนกว่ามีตอนหนึ่ง เพียงพอออกมาจากหมู่บ้านไปได้สักระยะ ใกล้จะถึงทางแยกเข้าป่าละเมาะรกร้าง ถึงตรงนั้นเมื่อไหร่ อ้ายคำก็จะพูดว่า ให้อ้ายแก้วล่วงหน้าไปก่อน แล้วจะตามไป

ต่อจากนั้น ก็มีสถานะการณ์แบบเดิมเกิดบ่อยๆคือเพียงพอมาถึงที่ดังที่กล่าวมาแล้ว อ้ายคำก็จะขอแยกไปทำธุระก่อน กระทั่งอ้ายแก้วนึกสงสัย ด้วยเหตุว่าเมื่อหยั่งเชิงทางบ้านสตรีว่าเพื่อนตนไปเกี้ยวหาสตรีทางใด ก็ไม่มีผู้ใดพบปะสักรายในบริเวณนั้น

กระทั่งวันหนึ่ง ด้วยเหตุว่าสงสัยกระทั่งทนไม่ไหว อ้ายแก้วจึงลอบสะกดรอยตามอ้ายคำ แล้วก็พบว่า…

เมื่อเดินลึกเข้าไปในป่าละเมาะ ท่ามกลางความมืดมนของยามราตรีกาล มีกลิ่นเหม็นเน่าสาบสางโชยมา รวมทั้งเพียงพอปรับสายตาเคยชินกับความมืดมนทีละน้อยๆก็ได้เห็น…

อ้ายคำกำลังแลบลิ้นเลียดื่มน้ำเลือดน้ำหนองจากซากหัวกะโหลกหัวควายอยู่

เมื่อเห็นด้วยเหตุนั้น อ้ายแก้วก็ตกใจมากมาย วันถัดมาจึงไปขอคำแนะนำกับครูบาอาจารย์ว่า อ้ายคำถูกผีพรายสิงหรือไร

ปู่จารย์กลับแนะนำว่า ถ้าเกิดต้องการจะว่าอะไรเป็นอะไร ให้เอาพริกไปทากะโหลกหัวควายไว้ แล้วให้เอาไข่ไก่เสกติดตัวไป ซึ่งถ้าหากว่าถูกใครไล่ ให้โยนไข่ให้เขาทีละฟอง แล้วรีบเข้าเรือน เมื่อถึงเรือน ให้ชูกะไดบ้านเปลี่ยนแปลงสลับหัวด้านล่างเสีย

หมายเหตุอีกนิดว่า ในบ้านเรือนคนเหนืออดีต มักยกพื้นสูงไม่มากมาย เพื่อป้องกันเสือสางเข้าบ้าน ตกค่ำคืนก็จะนิยมชักกะไดเก็บกัน

รวมทั้งแล้ว สถานะการณ์ลำดับถัดมาก็คือ เมื่ออ้ายคำเข้าไปรับประทานซากหัวควาย ก็เจอความเผ็ดร้ายแรงอย่างไม่คาดฝัน เพียงพอเผ่นกระโดดออกมาก็เจอกับอ้ายแก้วที่ยืนตะลึงอยู่ ข้างอ้ายแก้วไม่คอยช้า รีบออกวิ่งโดยทันที

อ้ายแก้ววิ่งกระทั่งสุดฝีเท้า แม้กระนั้นราวอ้ายคำเป็นคนอีกคนหนึ่งไปแล้ว ตาแดงเป็นแสงไฟ วิ่งตามตามมาติดๆนึกได้ถึงคำอาจารย์ว่า อ้ายแก้วจึงรีบคว้าไข่ไก่ในถุงย่ามสะพายโยนใส่

ปรากฏว่า เพียงพอไข่ตกถึงพื้น อ้ายคำก็ถลาลงไปกอบไข่ดิบรับประทานอย่างมูมมาม รับประทานหมดก็ผุดลุกขึ้นยืนรวมทั้งกระโดดเข้าไล่ต่อ อ้ายแก้วเห็นด้วยเหตุนั้นจึงโยนไข่ให้เป็นระยะๆทำให้ล่าช้าจนกว่าเข้าถึงบ้านตนเอง

เมื่อกระโจนขึ้นบนบ้านแล้ว อ้ายแก้วไม่คอยช้า รีบชักบันไดขึ้นกลับหัวเสีย แล้วขึ้นไปซ่อนตัวอยู่ในเรือน มองผ่านความมืดมนลงมา เห็นอ้ายคำกระวนกระวายโมโห เดินวนรอบเรือน พลางพูดซ้ำๆว่า

“บ้านใช่ บันไดไม่ใช่”

“บ้านใช่ บันไดไม่ใช่”

แต่ว่า บริเวณใบหน้ารวมทั้งหัวเป็นของอ้ายคำ แม้กระนั้นลำตัวเป็นม้า

ตกรุ่งเช้า ที่ลานดินรอบบ้าน ก็ปรากฏเป็นดังรอยตีนม้าย่ำแวดล้อม รวมทั้งเพียงพอสะสมสติได้ อ้ายแก้วก็รีบไปบอกวงศาคณาญาติ พากันไปยังบ้านอ้ายคำ

ถึงตรงนี้ บางสำนวนก็เล่าว่า ได้เจออ้ายคำตายแปลงเป็นศพอยู่บนที่นอน น้ำลายฟูมปากที่เกิดจากการกินไข่คาถาอาคมเข้าไป แม้กระนั้นบางสำนวนก็ว่า เห็นเป็นม้าอักษรย่อมๆตายอยู่ในเรือนนั้น

สำหรับที่บ้านเรานั้น เรื่องของผีม้าบ้องก็เป็นหนึ่งในนิทานที่เล่าต่อจากรุ่นสู่รุ่น เวลาตกกลางเย็นช่วงกลางคืน ยุคที่บันไดยึดติดถาวรแล้ว ก็ยังมีคำสอนว่า ระวังจะลงไปเจอผีม้าบ้องซุ่มอยู่

รวมทั้งว่ากันว่า ผีม้าบ้องยังมักจะออกมาเที่ยวเล่นในคืนเดือนดับรวมทั้งเดือนออก (เดือนเพ็ญ) รวมทั้งถ้าเกิดได้ประสบพบเห็นอย่าได้ทักถามพูดจา มิเช่นนั้นจะถูกทำร้ายได้

สิ่งที่น่าดึงดูดก็คือ ตอนยังเด็กๆนั้น คุณพ่อคุณแม่ก็เล่าตำนานเรื่องผีม้าบ้องนี้ให้ฟังอยู่ พลางว่าเกิดเรื่องที่เขาเล่าต่อกันมา แม้กระนั้น แม่กับยายมีประสบการณ์ได้เจอผีม้าบ้องด้วยตนเอง !

แม่เล่าว่า ในตอนที่แม่เป็นสาว ยุคนั้นหมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ แถบแถวหมู่บ้านเรานั้นผู้คนยังนิยมปลูกต้นฝ้ายปั่นเอาเส้นด้าย รวมทั้งใช้นุ่นมายัดหมอน ยัดเบาะนอน ในบางคืนจึงจะไปช่วยเหลือกันเป็นกลุ่มๆตามบ้านเพื่อน

มีคืนวันหนึ่ง แม่นัดเพื่อนว่าจะไปช่วยเหลือกันกรอด้าย (ปัจจุบัน ที่ตั้งของบ้านหลังนั้นก็ยังอยู่) แม่เล่าว่า เป็นคืนเดือนเพ็ญ ฟ้าแจ้งแจ่มกระจ่าง แสงเดือนดูดี แม่ออกมาจากบ้านที่อยู่กับยาย เดินขึ้นไปตามถนนหนทางเพียงผู้เดียว ด้วยเหตุว่าแม่ไม่ใช่คนกลัวผีสางอะไร

แม้กระนั้นในช่วงเวลาที่เดินไปได้สักกลางทางใกล้ถึงที่บ้านเพื่อน ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้า เสมือนมีม้ากำลังควบมาทางข้างหลัง แม้กระนั้นเพียงพอเหลียวหลัง ก็มองไม่เห็นอะไรสักอย่าง

แม่คิดว่าตัวเองบางครั้งก็อาจจะหูฝาด จึงออกเดินต่อ แล้วหลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงเสมือนม้าควบมาจากข้างหน้าอีก แม้กระนั้นเพ่งดูไป ก็ไม่มีอะไรบนถนนหนทาง

กระทั่งสักพักหนึ่งก็ถึงที่บ้านเพื่อน แม้กระนั้นทันที ขณะกำลังจะเดินเข้าทางเข้าออกบ้าน ก็ได้ยินเสียงควบม้าอีก แล้วมีแรงลมปะทะตัวแม่ เสมือนมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดผ่านตัวไป

แม่ว่า นั่นคือในช่วงเวลาที่แม่คิดได้สิ่งเดียวว่า นั่นน่าจะเป็นผีม้าบ้อง ด้วยเหตุว่าลำพังได้ยินแม้กระนั้นเสียงก็ยังว่าตัวเองบางครั้งก็อาจจะหูฝาดได้ แม้กระนั้นแรงลมอุ่นๆรวมทั้งการเจอสัมผัสในระยะชิด ที่ผ่านแผ่นหลังแม่ไป แม่ว่า ด้วยสติสัมปชัญญะครบถ้วนสมบูรณ์ สิ่งนั้นปราศจากตัวตน แม้กระนั้นมีอยู่จริง

แม่ได้เล่าเรื่องให้เพื่อนๆฟังในคืนนั้น รวมทั้งถัดจากนั้นก็กลับมาเล่าให้ยายฟังที่บ้าน ยายบอกแม่ว่า อย่าประหลาดใจไปเลย นั่นคือผีม้าบ้อง รวมทั้งยายก็เจอเห็นตัวเป็นๆมาแล้ว

แม่ถามคำถามว่า ยายเห็นผีม้าบ้องแบบไหน ยายพูดว่า มันเป็นม้าอักษรย่อมๆบางครั้งบางคราวก็จะมาเดินอยู่กลางข่วงบ้าน

อย่างไรก็แล้วแต่ ประสบการณ์เรื่องเล่าจากแม่รวมทั้งยาย ก็ยังดูเกิดเรื่องดึกดำบรรพ์ ด้วยเหตุว่าผ่านมาหลายสิบปี นานอย่างยิ่ง แม้กระนั้นที่น่าดึงดูดก็คือ เมื่อตอนอายุสัก 20 กว่านี้เอง ฉันกับเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ชื่อเล็ก เคยเปิดร้านขายสินค้ากิฟท์ช็อปร่วมกัน ที่ อำเภอฝาง จังหวัดจังหวัดเชียงใหม่

ในคืนแรกก่อนที่จะเปิดร้าน หรือคืนสุดท้ายของการจัดเตรียมข้าวของในร้านค้า เราทำงานกันอยู่สองคนจนดึกดื่น

ร้านค้าที่เราไปเปิดกิจการในขณะนั้น สถานที่เป็นห้องไม้ชั้นเดี่ยวให้เช่า ด้านหน้าเป็นประตูบานเฟี้ยม อยู่ติดกับถนนหนทาง ถ้าเกิดเปิดประตูกว้าง ก็จะมองทะลุตลอดร้านค้าได้

ในช่วงเวลาที่กำลังจัดของกันโค้งสุดท้าย ตรงเวลาสักราวใกล้ๆเที่ยงคืนได้ ในปีนั้นแถบแถวนั้นก็จัดว่ายังเป็นบ้านนอกอยู่มากมาย เพียงแค่ 3-4 ทุ่ม ผู้คนก็ปิดบ้านนอนกันหมดแล้ว

แล้ว…เล็กก็ได้ยินเสียงม้าวิ่งควบอยู่ข้างนอก เสมือนมีม้าหลุดออกมากลางถนนหนทาง แม้กระนั้นความที่มันดึกมากๆแล้ว รวมทั้งเพียงพอชะโงกหัวมองไป ก็ไม่มีสิ่งใดเลย ตลอดสองฟากทางว่างเปล่า

รวมทั้งที่น่าอัศจรรย์คือ ฉันเองก็จัดของอยู่ร่วมกัน กลับไม่ได้ยินอะไรสักอย่าง

เรื่องนี้ เล็กก็ยังคิดออกจนถึงทุกวันนี้ รวมทั้งยืนยันว่า ได้ยินเสียงม้าแน่ชัดเต็มสองหู ซึ่งในครั้งนั้นเมื่อเล็กบอกให้ฟัง ฉันก็หวนคิดโดยทันทีว่า มันบางครั้งก็อาจจะเป็น “ผีม้าบ้อง”

อ้อ! เพียงพอมาเขียนเล่าย้อนหลังถึงแม่กับยาย ก็ทำให้หวนคิดได้อีกอย่างว่า การที่พี่สาวเคยเห็นม้าตัวหนึ่งขึ้นมาเดินอยู่บนบ้านในคืนที่ยายตาย (เล่าไว้ในตอนก่อนหน้า) จะเกี่ยวอะไรกันไหมนะ หรือ ผีม้าบ้องจะมาส่องดูศพยาย

ไม่เอาผิด! ยูฟ่า ตกลงใจเลิกการฟ้อง 3 ยักษ์ใหญ่กรณีแอบก่อตั้งซูเปอร์ลีก

สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ได้ออกกล่าววว่าพวกเขาได้กระทำการถอนฟ้อง บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส รวมทั้ง เรอัล มาดริด เป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ทำให้ทั้ง 3 สมาพันธ์ดังของทวีปยุโรปจะผิดลงทัณฑ์อะไรก็ตามจากความประพฤติก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

โดยทั้ง บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส รวมทั้ง เรอัล มาดริด อยู่ในกรุ๊ป 12 ทีมดังของทวีปยุโรปที่เคยประกาศว่าจะแยกตัวออกจากรายการระดับทวีปของ ยูฟ่า เพื่อไปจัดรายการใหม่กันเองที่ชื่อว่า ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก โดยที่จะยังลงเล่นเกมลีกภายในประเทศต่อไป แต่ว่าสุดท้ายก็โดนต่อต้านจากหลายฝ่ายอย่างรุนแรงกระทั่งเปลี่ยนเป็นข่าวดังไปทั่วแวดวงลูกหนัง

สุดท้ายแล้วแทบทุกทีมก็ถอนตัวจากโปรเจ็กต์ดังที่กล่าวถึงแล้ว เหลือเพียง บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส รวมทั้ง เรอัล มาดริด ที่ยังคงยืนกรานว่าจะเดินหน้าแผนงานนั้นต่อไป ซึ่งมันก็ทำให้ ยูฟ่า ขู่ว่าจะจัดการด้านกฎหมายกับพวกเขา โดยตอนต้นมีกล่าวว่าทั้ง 3 ทีมนั้นบางทีก็อาจจะโดนแบนจากการลงเล่นศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย แต่ว่าเมื่อช่วงพฤษภาคม ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ได้มีการชะลอการฟ้องร้องเอาไว้ก่อน รวมถึงสั่งยับยั้งการเก็บเงินค่าเสียหายของอีก 9 สมาพันธ์ที่เหลือ จนกระทั่งล่าสุด ยูฟ่า ก็บอกเองว่ายกเลิกแผนที่จะฟ้องศาลทั้ง 3 ทีมดังแล้ว

“ภายหลังที่มีการพักการเดินเรื่องกับ บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส รวมทั้ง เรอัล มาดริด ในหัวข้อเกี่ยวกับการที่พวกเขาบางทีก็อาจจะฝ่าฝืนกฎของ ยูฟ่า ในเรื่องที่เกี่ยวกับการไปจัดรายการ ซูเปอร์ลีก เมื่อก่อนหน้านี้นั้น วันนี้ทางคณะกรรมการด้านการอุทธรณ์ของ ยูฟ่า ก็ได้ตกลงใจว่าการจัดการทุกสิ่งทุกอย่างก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาจะนับว่าเป็นโมฆะ ราวกับว่าการเดินเรื่องไม่เคยิดเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนแรก” คำแถลงของ ยูฟ่า กำหนด

สำหรับต้นเหตุที่เรื่องดังที่กล่าวถึงแล้วมาถึงข้อสรุปที่เป็นความแพ้ของยูฟ่า เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ศาลกรุงมาดริด ประเทศสเปน วินิจฉัยว่ายูฟ่าไม่มีอิทธิพลในการยั้งการเกิดซูเปอร์ลีก เพราะขัดกับกฎหมายการค้าเสรีของสหภาพยุโรป หรือ สหภาพยุโรป นั่นเอง

เคลื่อนไหวทันที! “โค้ชซิโก้” โพสต์หลังฝ่ายจัดประกาศ วี-ลีก ฤดูกาล 2021 เป็นโมฆะ

แปลงเป็นข้อความสำคัญใหญ่ในแวดวงลูกหนังเวียดนาม เมื่อฝ่ายจัดการชิงชัย บอล วี-ลีก เวียดนาม ได้ออกมาประกาศเลิกการแข่งขันชิงชัยที่เหลือทั้งปวง เนื่องจากเหตุการณ์วัววิด-19 ที่แพร่ระบาดในประเทศ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 เดือนกันยายน ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามห้องประชุมลงความเห็นว่าให้จัดว่าการแข่งขันชิงชัยในช่วงฤดูกาล 2021 เป็นโมฆะ ไม่มีการมอบแชมป์ให้กับ ฮองอันห์ยาลาย แล้วก็ให้จัดว่าไม่มีทีมที่คว้าแชมป์ และไม่มีทีมตกชั้น รวมถึงไม่มีทีมจากดิวิชั่นที่ต่ำลงมากยิ่งกว่าได้สิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นมาด้วยเช่นเดียวกัน แม้จะชิงชัยกันไปแล้ว 12 นัดก็ตาม

โดยฝ่ายจัดเห็นว่า ฮองอันห์ยาลาย ทีมนำจ่าฝูงที่มี 29 คะแนน ยังคงมีแต้มที่ไม่ได้ทิ้งขาดจากทีมอันดับ 2 อย่าง เวียตเทล ที่มี 26 คะแนน เพียงแต่ 3 แต้มแค่นั้น แล้วก็ยังเหลือโปรแกรมการแข่งขันชิงชัยในตอนสเตจแรก 1 เกม แล้วก็สเตจที่ 2 อีก 5 เกม

ซึ่งล่าสุด “สิโก้” เกียรติ เสนาเมือง ผู้ฝึกสอนชาวไทย ที่เป็นคนทำให้สโมสรฮองอันห์ยาลาย ผงาดนำจ่าฝูงได้ออกมาโพสต์เนื้อความเป็นภาษาเวียดนาม ผ่านอินสตามึงรมว่า “ช่างเถิด ฉันยังอยู่ที่ตรงนี้อีกนาน” แสดงถึงความตั้งใจจริงที่จะพาทีมบรรลุเป้าหมายให้ได้ในอนาคตหลังยังเหลือคำสัญญาคุมทีมอีก 1 ปี

ในช่วงเวลาที่ในเรื่องของโควตาสโมสรบอลถ้วยทวีปเอเชียอีกทั้งรายการ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก แล้วก็ เอเอฟซี คัพ ในช่วงฤดูกาล 2022 ทางฝ่ายจัดยังไม่ได้สรุปว่าจะให้สิทธิ์กับสโมสรไหนร่วมการแข่งขันชิงชัย แม้กระนั้นแม้ยึดตามอันดับคะแนนล่าสุด ฮองอันห์ยาลาย จะได้สิทธิ์เนื่องจากผ่านการคาดคะเนในเรื่องของคลับ ไลเซนซิ่ง

สำหรับ “ที่ปรึกษาจอมตีลังกา” เกียรติ เสนาเมือง สมัยเป็นนักเตะเคยบินมาค้าหน้าแข้งกับสโมสรแห่งนี้ในตอนปี 2002-2006 คว้าแชมป์วีลีก 2 สมัย แล้วก็ แชมป์เวียดนามซูปเปอร์คัพ 2 สมัย ยิ่งไปกว่านี้ยังเคยคุมกองทัพ ฮอง อันห์ ยาลาย มาแล้ว 2 ครั้งในปี 2006 แล้วก็ ปี 2010 อีกด้วย

วิกฤติขั้นสุด! EFL ตัด ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 12 แต้ม ข้างหลังทีมส่อล้มละลาย

ข่าวด่วนของวงการลูกหนังแดนผู้ดี เมื่อ ฟุตบอลลีกอังกฤษ ตัดแต้ม ดาร์บี้ 12 คะแนน แล้วก็ตั้งทีมงานฟื้นฟูธุรกิจการค้า ข้างหลังสมาคมส่อล้มละลาย

จากอดีตที่เคยโลดแล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษ ถึงกับขนาดเป็นแชมป์ 2 สมัย ในช่วงทศวรรษที่ 70 ปัจจุบัน ดาร์บี้ เคาน์ตี้ สมาคมในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ หรือระดับ tier 2 ของอังกฤษ มีอันจะต้องไปสู่กระบวนการฟื้นฟูธุรกิจการค้า แล้วก็โดนฟุตบอลลีกอังกฤษ (EFL) หัก 12 แต้ม หลังจากขาดทุนราว 20 ล้านปอนด์ (910 ล้านบาท) ในช่วงวิกฤติ COVID-19

ซึ่งทาง EFL ได้มีการแต่ง แอนดรูว์ ฮอสกิ้ง, คาร์ล แจ็คสัน แล้วก็ แอนดรูว์ อันโดรนิคู 3 ผู้อำนวยการบริหารจากบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ Quantuma เข้าทำการฟื้นฟูธุรกิจการค้า

ฮอสกิ้ง บอกว่า “เราอยู่ในขั้นเริ่มต้นของการประมาณโอกาสที่มีให้กับสมาคม แล้วก็จะเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวพันเข้ามา วัตถุประสงค์เร่งด่วนของเราคือ ทำให้แน่ใจว่าสมาคมจะสามารถลงเตะครบตามโปรแกรมใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลนี้ แล้วก็ถ้าลุ่มที่สนใจคุ้มครองปกป้องสมาคมแล้วก็พนักงานของสมาคม”

โดยสมาคม ดาร์บี้ ได้ประกาศว่าจะเข้ารับการบูรณะธุรกิจการค้าเมื่อวันศุกร์ก่อนหน้านี้ ซึ่ง เมล มอร์ริส ผู้ครอบครองสมาคมได้ใช้เวลา 2 วันสำหรับการคุยกับนักเตะแล้วก็สต๊าฟฟ์ ที่ในช่วงเวลานี้ความมั่นคงในงานของพวกเขาเริ่มไม่แน่นอน แล้วก็ภายหลังที่โดนตัด 12 แต้ม ก็ทำให้ ดาร์บี้ ภายใต้การคุมกลุ่มของ เวย์น รูนี่ย์ อดีตกัปตันกลุ่มชาติอังกฤษ อยู่อันดับท้ายที่สุดของตาราง ด้วยคะแนน -2

ขณะเดียวกัน เทรเวอร์ เบิร์ช ผู้บริหารระดับสูงของ EFL บอกว่าได้มี “การปรึกษาเชิงประดิษฐ์” กับ Quantuma แล้ว ซึ่งทาง Quantuma ได้บากบั่นหาทางแก้ไขที่สมควรแล้วก็จำเป็นจะต้องสำหรับในการช่วยเหลือสมาคม ให้หาทางออกมาจากความสิ้นเนื้อประดาตัว

“ผมรู้ดีว่านี่คือช่วงเวลาที่ท้าแล้วก็น่ากังวลสำหรับทุกคนที่เกี่ยวพันกับสมาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเจ้าหน้าที่แล้วก็แฟนบอล เป็นความตั้งใจของเราที่จะทำงานเชิงรุกกับผู้ดูแลฟื้นฟูธุรกิจการค้า แล้วก็ทุกฝ่ายที่เกี่ยวพัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาอนาคตระยะยาวที่เป็นไปได้สำหรับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้” เทรเวอร์ เบิร์ช กล่าว

ไม่แผ่วความเอ็กซ์! “ไรท์” แข้งสาวไม่มีขึ้นอยู่กับลงรูปยั่วใจให้ตามไป OnlyFans

ภายหลังจากถูกสมาคม ชาร์ลตัน แอธเลว่ากล่าวก กลุ่มหญิง ประกาศแยกทางเนื่องจากพฤติกรรมที่ไม่เป็นมือโปร จนกระทั่งทำให้เธอจะต้องหันมาทำอาชีพขัดตาทัพด้วยการเปิด OnlyFans (โอนลีแฟนส์)

ตอนไม่มีงานทำ! “ไรท์” ลำแข้งสาวผู้ดีเปิด OnlyFans ให้แฟนๆได้ฟินแบบ 18+
ปัจจุบัน แมเดลีน ไรท์ ลำแข้งสาวสุดสะบึมก็ยังไม่แผ่วความเซ็กซี่ ด้วยการปล่อยของโดยตลอด ซึ่งในเวลานี้เธอกำลังพักอยู่ที่มาร์เบยา เมืองติดสมุทรที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวยอดนิยมที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศสเปน

โดย ไรท์ วัย 23 ปี ได้ลงรูปในชุดเดรสสีขาวเว้าสูงเปิดเผยให้เห็นเรียวขาสุดแน่นตามแบบฉบับนักเตะหญิง รวมถึงชุดใส่ว่ายน้ำบิกินี่สีดำ เรียกการกดหัวใจรวมทั้งคอมเมนต์จากแฟนๆในอินสตามึงรม madelene_wright ที่มีผู้ติดตามร่วม 2.7 แสนได้อย่างเนืองแน่น

สำหรับ OnlyFans คือเว็บไซต์ยอดฮิตที่จะต้องโอนเงินให้เจ้าของช่องเพียงแค่นั้นถึงจะเข้าถึงรายละเอียดภายในได้ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าแทบทั้งหมดของเว็บไซต์ OnlyFans จะเป็นรูปรวมทั้งคลิปในระดับ 18+ ทั้งมวล โดย ไรท์ เรียกเก็บค่าเกื้อหนุนจากคนที่อยากชมความสวยสดงดงามของเธออยู่ที่เดือนละ 33 ปอนด์ หรือราว 1,500 บาท

อย่างไรก็ตาม ไรท์ เองก็มิได้ละทิ้งความฝันสำหรับการเป็นแม่เนื้อนุ่ม เมื่อเธอยังการันตีว่าอยากหาสมาคมใหม่เพื่อค้าลำแข้งต่อไป โดยมี มิลล์วอลล์ ต้นสังกัดแรกของเธอสมัยเป็นดาวรุ่งที่สนใจอยู่นั่นเอง

น่ารักเซ็กซี่มาเลย! “มีอา” เน็ตไอดอลสุดติสต์หวานใจ “โรเมโอ เบ็คแฮม”

หลังจากลงเปิดฉากสนามในอาชีพพ่อค้าลำแข้งอย่างเป็นทางการ ก็ทำให้สื่อมวลชนจับตาดูชีวิตส่วนตัวของ โรเมโอ เบ็คแฮมลูกชายคนรองของ เดวิด กับ วิคตอเรีย เบ็คแฮม มากยิ่งขึ้นทันที

สะกดรอยพ่อ! “โรเมโอ เบ็คแฮม” เปิดฉากอาชีพนักเตะสุดกำลังแล้ว
ส่วนในเรื่องหัวใจของลำแข้งวัย 19 ปี ก็กำลังโดนจับตามองจากแฟนๆและก็สื่อไม่แพ้กัน สำหรับความเกี่ยวพันระหว่าง โรเมโอ กับ มีอา เรแกน สาวน้อยวัย 18 ปี ที่ทั้งคู่เปิดตัวเปิดใจแบบไม่มีกั๊ก ลงรูปคู่ผ่านอินสตาเอ็งรมอยู่เป็นประจำ

สำหรับ มีอา ผู้ครอบครองความสูง 178 ซม. เธอเกิดเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2002 มีอาชีพหลักเป็นถ่ายแบบ แม้กระนั้นเธอสามารถสร้างชื่อได้อย่างเร็วผ่านโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok และก็อินสตาเอ็งรม ด้วยท่าทางสดใสร่าเริง, แฟชันนิสต้าตัวแม่ และก็ยังมีอารมณ์ศิลปินสูงสุดๆ

โดย มีอา มีชื่อเสียงว่าเป็นเน็ตไอดอลที่สมัยคนนึงของสังคมวัยรุ่นอเมริกัน ทั้งความสามารถที่หลากหลายและก็มีความเชื่อมั่นในตัวเองสไตล์คน Gen-Z ซึ่งตัว มีอา นั้นเข้ากันได้ดีกับสมาชิกในครอบครัวเบ็คแฮม ไม่ต่างอะไรจาก นิโคลา เพลต์ซ หวานใจของ บรูคลีน พี่ชายคนโตของ โรเมโอ เลยทีเดียว

ด้าน โรเมโอ เป็นลูกชายคนรองของบ้านเบ็คแฮมโดยมีพี่ชายเป็น บรูคลีน วัย 22 ปี และก็ อาจารย์ซ กับ ฮาร์เปอร์ น้องชายกับน้องสาววัย 16 และก็ 10 ปี เป็นลำดับ

คืนนี้เจอกัน! “เดปาย, อาเรียส” เพื่อนซี้ที่ต้องกลายเป็นคู่แข่งชั่วคราว

เกมลาลีกา ประเทศสเปน คู่ระหว่างบาร์เซโลน่า เจอกับ กรานาด้า ที่คัมป์ นู ในคืนวันจันทร์ที่ 20 ก.ย.นี้ เป็นการดวลกันระหว่าง 2 เพื่อนซี้ เมมฟิส เดปาย แนวรุกของเจ้าของบ้าน กับ ซานติอาโก้ อาเรียส แบ็กขวาของผู้มาเยือน

ทั้งสองคนรู้จักกันทีแรกที่สมาคมพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ในเนเธอร์แลนด์ เมื่อปี 2013 อาเรียส ย้ายจากสปอร์ติ้ง ลิสบอน มาค้าลำแข้งในถิ่นฟิลิปส์ สตาดิโอน ในขณะที่เดขว้างย เป็นเลิศในดาวรุ่งที่น่าเฝ้ามองณ เวลานั้น


ฤดู 2013/14 แล้วก็ 2014/15 เดปาย แล้วก็อาเรียส ได้ลงในสนามด้วยกันทั้งปวง 53 นัดหมาย ให้กับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น แล้วก็พาทีมคว้าแชมป์เอเรดิวิซี่ ลีกสูงสุดของประเทศ ในฤดูกาล 2014/15 ทั้งสองคนก็เลยยิ่งสนิทกันขึ้นไปอีก
อย่างไรก็ตาม ในปี 2015 เดขว้างย ตัดสินใจย้ายไปค้าลำแข้งให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วก็ได้พบกับพีเอสวี ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก เมื่อเดือนกันยายน 2015 เดปาย ยิงประตูให้ยูไนเต็ด แต่ว่าทีมของอาเรียส เปิดบ้านเอาชนะไปได้ 2-1

ส่วนการเจอกันในนัดหมายที่ 2 ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด บ้านของแมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อพ.ย. 2015 เท่ากันไป 0-0 แล้วก็โน่นเป็นครั้งปัจจุบันที่เดปายแล้วก็อาเรียส ได้เจอหน้ากันในสนาม ก่อนที่จะทั้งสองจะกลับมาดวลกันอีกครั้งในคืนวันจันทร์นี้

คนไหนกันเป็นผู้ฝึกสอนกันแน่? “ริโอ” พร่ำบ่น “โซลชาร์” ไม่กล้าสั่ง “โรนัลโด” ไปนั่งนิ่งๆ

“ริโอ เฟอร์ดินานด์” เรารูลูกหนังโด่งดัง ออกมาวิจารณ์ “คริสเตียโน โรนัลโด” ข้างหลังออกแอ็กชันยืนโวยวายคล้ายกับเป็นโค้ชอีกคนข้างๆ”โอเล กุนที่นาร์ โซลชาร์” ที่ปรึกษาของทีม

ริโอ เฟอร์ดินานด์ เรารูลูกหนังโด่งดัง ออกมาวิจารณ์ คริสเตียโน โรนัลโด สตาร์คนดังชาวโปรตุเกสของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังที่ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ข้างหลังออกแอ็กชันยืนโวยวายคล้ายกับเป็นโค้ชอีกคนข้างๆโอเล กุนที่นาร์ โซลชาร์ ผู้ฝึกสอนของทีมชาวนอร์เวย์

ดังนี้ คริสเตียโน โรนัลโด ที่ย้ายจาก “ม้าลาย” ยูเวนตุๆส คืนถิ่นเก่าอย่างชายคา โอลด์ แทรฟฟอร์ด ลงไปในสนามให้กับทีมเป็นนัดหมายที่ 2 แล้วก็ตัวเขาก็ทำคะแนนได้ต่อเนื่องข้างหลังลงไปในสนามในเกมลีกครั้งแรกก็ซัดเบิ้ลสองประตูในเกมกระหน่ำเอาชนะ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 4-1 ถึงกระนั้นเกมนี้ตัวเขาถูกเปลี่ยนตัวออกมาตอนช่วงหลังเหมือนกันกับหน้าแข้งร่วมชาติอย่าง บรูโน เฟอร์นันเดส อีกคน

แต่ทว่าภายหลังที่ คริสเตียโน โรนัลโด รวมถึง บรูโน เฟอร์นันเดส ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกมามีอยู่จังหวะหนึ่งที่ทั้งสองลุกออกมาโวยวายเสียงดังข้างๆกับ โอเล กุนที่นาร์ โซลชาร์ ซึ่ง ริโอ เฟอร์ดินานด์ เห็นว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ควรอย่างยิ่ง แล้วก็หากเป็นเขาจะสั่งให้กลับไปนั่งที่เดิม เพราะเหตุว่าเห็นว่าไม่ใช่หน้าที่ของนักเตะอะไร

“ด้วยความจริงหากผมเป็นเขา (โอเล กุนที่นาร์ โซลชาร์) ผมจะสั่งให้พวกเขากลับไปนั่งซะ!”

“ผมเข้าใจนะว่า คริสเตียโน โรนัลโด มีแพสชันที่เปี่ยมล้นไปด้วยความต้องการที่จะเอาชนะ บางคนเห็นว่ามันคือการแสดงความฮึกเหิมแต่หากทดลองเป็นผู้อื่นมันก็จะต่างออกไปแล้วก็ถ้าสิ่งนี้มันทำให้เขาต้องลุกมายืนโวยวาย หรือสั่งการข้างสนามๆใกล้ๆกับผู้จัดการทีมฟุตบอลที่มีบทบาทในทีมเหนือกว่าผู้เล่นคุณจะโต้เถียงไหมล่ะว่ามันถูก” อดีตกาลแนวรับวัย 42 ปีเจาะจง

บาเยิร์น มิวนิค ต่อสัญญา “กอเร็ตซ์ก้า” ยาวถึงปี 2026

บาเยิร์น มิวนิค ประกาศต่อสัญญากับ เลออน กอเร็ตซ์ก้า กองกลางตัวเก่งออกไปยาวจนถึงปี 2026

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ทีมดังแห่งบุนเดสลีกา เยอรมัน ประกาศต่อสัญญากับ เลออน กอเร็ตซ์ก้า กองกลางวัย 26 ปี ออกไปจนถึงปี 2026 เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว โดย เลออน กอเร็ตซ์ก้า บอกว่า “ที่บาเยิร์น มิวนิค พวกเราคว้าชัยชนะได้ทุกรายการในตอนสามปีที่ผ่านมา แม้กระนั้นสิ่งที่ดียิ่งกว่าการคว้าชัยชนะเป็นการพยายามคว้าชัยชนะถัดไปเรื่อยๆ”

“องค์ประกอบกลุ่มนี้เป็นสิ่งที่ค้ำประกันการบรรลุผลของสโมสรแห่งนี้ ผมยินดีมากที่ได้ขยายสัญญาออกไปจนถึงปี 2026”

ขณะ โอลิเวอร์ ติดอยู่ห์น CEO ของสโมสรฟุตบอลบาเยิร์น บอกว่า “สิ่งจำเป็นสำหรับเพื่อการปรับปรุงของ บาเยิร์น มิวนิค เป็นการที่พวกเรารักษาตำแหน่งผู้นำของพวกเราในระยะยาว พวกเราอยากได้ผู้เล่นที่มีแรงกระตุ้นอย่างยั่งยืน”

“การขยายสัญญานี้ยังเป็นสัญญาณที่ลีออนเชื่อถือว่าพวกเราจะยังคงประสบผลสำเร็จถัดไปในอนาคตอย่างที่เคยเป็นมาในสมัยก่อน”

ทั้งนี้ เลออน กอเร็ตซ์ก้า ย้ายมา บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2018 จากชาลเก้04 พร้อมเป็นกำลังสำคัญพาทีมคว้าชัยชนะบุนเดสลีกา 3 สมัย, เดเอฟเบ โพติดอยู่ล 2 สมัย รวมทั้งยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย รวมทั้งยังลงเล่นไป 114 เกม ทำเป็น 25 ประตูอีกด้วย

เก็บตกด้านหลังเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้านหลัง ลิเวอร์พูล {เชือด|เชือดมิลาน 3-2

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ แอร์เบ ไลป์สิกข์ 6-3 เก็บ 3 แต้มแรกประเดิมแชมเปี้ยนส์ลีก และขึ้นไปรั้งหัวหน้าฝูงของกรุ๊ป

ศึกบอลยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก รอบเเบ่งกรุ๊ป กรุ๊ปเอ เป็นการเจอกันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เปิดสนามอิธิฮัด สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยี่ยมของ แอร์เบ ไลป์สิกข์

ฝั่งเรือใบสีฟ้า เจ้าบ้านจัดทีมในระบบ 4-3-3 วาง ริยาด มาห์เรซ, เฟร์ราน ตอร์เรส, แจ็ค กรีลิช เป็นสามผสานในแนวรุก

ทางด้านไลป์สิกข์ ผู้มาเยือนเลือกใช้แผน 4-2-3-1 อันเดร ซิลวา ยืนดินแดนหน้า โดยมี คริสโตเฟอร์ เอ็นปะทุนคู, เอมิล ฟอร์สเบิร์ก, ดานี่ โอลโม่ รอปั้นเกม

ผลปรากฎว่าครึ่งเเรก ผ่านไป 16 นาที เรือใบสีฟ้า ออกนำ 1-0 จากผลงานของ แจ็ค กรีลิช ที่เปิดเตะมุมมาให้ นาธาน อาเค่ โขกทิ่มตาข่ายไม่เหลือซาก

แค่นี้ไม่พอนาทีที่ 28 เจ้าบ้านนำห่าง 2-0 จากวิธีการทำเข้าประตูตัวเองของ นอร์ดี มูกีเล่ ปราการหลังทีมเยี่ยม

นาทีที่ 42 นอร์ดี มูกีเล่ มาแก้ตัวโขกเช็ดผ่านบอลให้กับ คริสโตเฟอร์ เอ็นกุนกู โหม่งทิ่มตาข่ายให้ทีมไล่ตามหลังมา 1-2

แม้กระนั้น แมนฯ ซิตี้ มาได้จุดลูกโทษจากจังหวะแฮนด์บอลของ ลูคัส โคลสเตอร์มันน์ ในนาที 45 ก่อนที่จะเป็น รียาด มาห์เรซ รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพาทีมนำ 3-1 ในครึ่งแรก
59194709_303
ครึ่งหลัง ไลป์สิกข์ ไล่มา 2-3 ในนาที 51 ดานี่ โอลโม่ เปิดบอลให้ คริสโตเฟอร์ เอ็นกุนกู โขกทิ่มตาข่าย แต่ว่านาที 56 เจ้าถิ่นนำ 4-2 โดยได้ผลสำเร็จงานของ แจ็ค กรีลิช

นาทีที่ 67 เฟร์ราน ตอร์เรส จ่ายบอลเข้าประตูไป แต่ว่าไม่ได้เพราะเหตุว่าโดน วีเออาร์ จับล้ำหน้า และกลายเป็นทีมเยี่ยมไล่มา 3-4 ในนาที 73 ซึ่งเป็นคนเดิม คริสโตเฟอร์ เอ็นกุนกู ทำแฮตทริกของตัวเองในนัดหมายนี้

แต่ทว่าอีก 2 นาทีต่อมา ซิตี้ ได้เม็ดที่ห้า จากจังหวะยิงไกลสุดงามของ ยกเอา กานเซโล่ ให้ทีมนำ 5-3

ไลป์สิกข์ ห่วยหนักกว่าเดิมเพราะเหตุว่าจะต้องเหลือ 10 คนภายในนาที 75 เมื่อทาง อังเคลินโญ่ โดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม

นาที 86 กาเบรียล เชซุส มาทำคะแนนให้กับ เรือใบสีฟ้า ถึงแม้ทางผู้ตัดสินจะขอรอสัญญาณจาก วีเออาร์ แต่ว่าภายหลังจากตรวจดูแล้วพบว่าไม่มีอะไรผิดกฎเลยเป็นประตูนำ 6-3 ของเจ้าบ้าน

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ แอร์เบ ไลป์สิกข์ 6-3 เก็บ 3 แต้มแรกประเดิมแชมเปี้ยนส์ลีก และขึ้นไปรั้งหัวหน้าฝูง

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนฯซิตี้ : เอแดร์ซอน – ยกเอา กานเซโล่, รูเบน ดิอาส (กัปตันทีม), นาธาน อาเค่, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ – เควิน เดอ บรอยน์ (ฟิล โฟเด้น น.71), โรดรี้ (แฟร์นานดินโญ่ น.59), แบร์ทุ่งนาร์โด้ ซิลวา (อิลคาย กุนโดกัน น.59) – ริยาด ยักษ์เรซ, เฟร์ราน ตอร์เรส (ราฮีม สเตอร์ลิง น.72), แจ็ค กรีลิช (กาเบรียล เชซุส น.81)

แอร์เบ ไลป์สิกข์ : ปีเตอร์ กูลาชี่ – ลูคัส โคลสเตอร์มันน์, วิลลี่ ออร์บาน, นอร์ดี้ มูกีเอเล่, อังเคลินโญ่ (ใบแดง น.79) – คอนราด ไลเมอร์ (อมามอง ไฮดาร่า น.60), ไทเลอร์ อดัมส์ – ดานี่ โอลโม่ (ไบรอัน บร็อบบี่ย์ น.72) , เอมิล ฟอร์สเบิร์ก (โดมินิค โซบอสซ์สไล น.60), คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู (ยอสโก้ กวาร์ดิโอล น.81) – อันเดร ซิลวา (ยูสซุฟ โพลเซ่น น.60)